Bokura no Style

posted on 15 Dec 2012 15:12 by dopper
ไม่ได้แตะบล๊อกมาเป็นเดือนเลยนะ เดือนที่จริงๆมีอะไรเยอะเหมือนกันนะ เช่น เพลง Rough & Laugh (Shirokuma Cafe OP2) กับเพลงของเพนกวิ้น แต่ว่า หาเนื้อเพลงเต็มๆไม่เจอซักที เลยข้ามไปก่อนละกัน ก็ หลังจากนั้นก็พอดีรุ่นน้องชวนไปงานกีฬาสีที่โรงเรียนเก่า ก็เลยไปซักกะหน่อย เกือบๆ 10 ปีที่กลับไปที่โรงเรียนแค่ 2 หนมั้ง (ตอนนั้นรู้สึกจะเป็นตอนอาจารย์รุ่นผมเกษียณ กับอีกตอนคือ 30 ปีโรงเรียน) นี่ก็คงจะเป็นหนที่ 3 แต่คราวนี้ ไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันกลับไปด้วยเลย ไม่สิ ต้องพูดว่า การกลับไปหนนี้ ไม่ได้กลับไปในฐานะมนุษย์ แต่กลับไปในฐานะเคโมะตัวนึงละมั้ง แต่ยังไงอาจารย์เก่าก็จำได้เหมือนเดิมน่ะแหล่ะ
 
_______________________________________________________________

7 ธันวาคม 2555

เป็นวันที่ตื่นเช้าที่สุดในรอบหลายปีนี่แหล่ะ พอไปถึง งานก็เริ่มไปได้ซักพักละ แต่เราคิดว่า ยังไม่ได้จะมีอะไร เลยไปถ่ายรูปมุมหลังโรงเรียนที่เคยใช้ประจำๆ ตอนยังเรียนอยู่ จากนั้นก็เจออาจารย์บางคน นั่นคือหม่อมกระต่าย ปีนี้หม่อมกระต่ายสอนฟิสิกส์รุ่นน้องปีนี้ ก็คุยๆกัน แล้วเค้าก็สงสัยว่า รุ่นเรารอดจากการสอนของเค้าไปได้ยังไง (ดีแล้วล่ะที่มันรอดไปได้น่ะ) ถ้าเป็นสมัยผมนะ หม่อมกระต่าย อรพินทร์ และ ดอกเตอร์ 3 คนรวมกันนี่ คอมโบนรกแตกชัดๆเลย ขนาดรุ่นน้องโดนแค่ 2 ยังคร่ำครวญจะตายซะให้ได้ แถมได้ 0 วิชาหม่อมกระต่ายอีก ที่เหลือ 2 เพราะว่าดอกเตอร์แกแก่กว่าคนอื่นหรอกนะถึงไปก่อน แต่อรพินทร์ก็จะตามไปติดๆ แต่ หลานดอกเตอร์เค้าก็ยังอยู่ห้องของรุ่นน้องนั่นอยู่ดี เหอๆ ลงว่ามีกรรมแล้ว ทำไงก็หนีพ้นยากล่ะเนอะ
 
หลังจากนั้น เราก็ขึ้นไปที่สแตนด์ของสนามม้านางเลิ้ง ปีนี้ สีชมพูของเจ้ารุ่นน้องอยู่ตรงกลางเลย เราก็ดูๆไปเรื่อยๆ ซักพักก็เห็นคนใส่ชุดสีชมพูไม่เหมือนคนอื่น แล้วต่างคนต่างมองแบบ อืม ไม่ธรรมดาแน่ๆ ในที่สุด เราก็ได้เจอ รุ่นน้องคนที่ตามหา นั่นคือ Charles Crowwingwolf หรือ เจ้าหมาบุ้งนั่นเอง

เจ้าหมาบุ้ง ไม่น่าเชื่อ หอเรากับบ้านเจ้าหมาบุ้งอยู่ใกล้กันไม่เกิน 200 เมตร แถมเรียนโรงเรียนเดียวกันด้วย ยิ่งกว่านั้น เรากับเจ้าหมาบุ้งห่างเกือบ 12 ปี พอดี แถมเป็นโมะเหมือนกันอีก พอทักทายกันแล้ว คนที่ใส่ชุดสีชมพูนั่นก็มาสมทบ แล้วเราก็ได้รู้ว่า เค้าก็โมะศิษย์เก่าที่นี่เหมือนกัน นั่นคือ ยาโตะ แต่เจ้าหมาบุ้งบอกว่า จริงๆแล้วมีโมะอีกคนอยู่ ม.6 สีเขียว แต่ยังหาไม่เจอ หลังจากทักทายกันเสร็จ ก็ได้เวลาที่เราต้องไปแอบดูอยู่ด้านบน (ในฐานะศิษย์เก่า) พอกลางวัน เราก็เข้าไปทักทายซีดาน ซึ่งปีนี้ ซีดานเป็นที่ปรึกษาของเจ้าหมาบุ้ง กับอาจารย์ลินดา (คนนี้ไม่เคยเรียนด้วย) จากนั้นก็เจอป๋าเสก ซึ่ง ป๋าเสกแกก็ยังทักเราเหมือนเดิม แล้วก็มานั่งกินข้าว โดยซีดานเป็นคนหยิบกล่องข้าวให้ แต่ให้ตายเถอะครับจารย์ กล่องที่อาจารย์หยิบให้เนี่ย มีหนอนอยู่ในผักด้วยนะครับ ผมรู้ว่าอาจารย์สอนชีวะ แต่ไม่ต้องหยิบหนอนมาให้ผมก็ได้ครับ (ฮา)
 
ระหว่างที่พักนั่นเอง เราก็เดินไปทางใต้สแตนด์ เจอกับอาจารย์พิชญา ซึ่งเค้าอ่ะ ไม่เคยสอนเราหรอก แต่ได้ยินสไตล์มาว่า โหด มัน ฮา เค้ากำลังจิกเด็กที่เกรียนๆ ให้กลับมาอยู่บนสแตนด์เชียร์อยู่ จริงอยู่ งานแบบนี้ไม่ว่าจะกี่ปีก็จะมีคนจำพวกนี้เสมอ แล้วก็เดินไปเจออาจารย์ผมขาวๆอยู่คน แต่งชุดแนวเกาหลีทันสมัยอยู่ แต่เราไม่ได้เข้าไปทักเค้าหรอก แต่ซักพักเราก็นึกออกว่า เค้าคือ "มาเรียม" ที่สอนภาษาไทยตอนอยู่ม.3 แต่ตอนนี้ก็แต่งตัวทันสมัยขึ้น + ดูซีรี่ย์เกาหลีด้วยนะ แล้วก็ออกไปหาอะไรเติมท้องนิดหน่อย แล้วก็กลับเข้ามาตอนบ่าย ซึ่งตอนบ่ายเนี่ย จะมีประกวดเชียร์อีกรอบ เรากับยาโตะเลยตัดสินใจอยู่ตรงแทงค์เครื่องดื่มของสีชมพู คอยแจกน้ำดื่ม แต่ความทรมานที่สุด มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
 
เวลาใส่เครื่องดื่มลงไป เราก็จะฝังมาลงไปในน้ำแข็งให้มันเย็น ถูกมั้ย ทีนี้ เค้าก็จะสั่งน้ำแข็งมา มันก็โปะทับลงไปๆ จนสุดท้าย คนจะหยิบน้ำก็ต้องควานลงไปในน้ำแข็ง ล้วงขึ้นล้วงลงอยู่ 2 คนจะประสาทสัมผัสจะตายด้านเอา พอตอนบ่าย หลังจากเริ่มเชียร์ ในที่สุดเราก็เจอคนสุดท้าย นั่นคือ วัฟเฟอร์ วัฟเฟอร์อยู่ ม.6 แล้ว ปีนี้กำลังวุ่นวายกับการเติบโตเข้ามหาลัยอย่างสุดๆ แล้วก็วาดรูปด้วย พอโมะทั้ง 4 ตัวเจอกัน ก็เริ่มการสืบรุ่น ผลคือ เราแก่สุดที่ 21 แล้วก็เป็นยาโตะ 27 วัฟเฟอร์ 31 แล้วก็หมาบุ้ง 33 แล้วก็เป็นการแข่งขันระหว่างสี พอถึงคิวสีชมพูแข่ง ทีนี้ดันมีสีแดงตะโกนแข่งมาด้วยเนี่ยสิ พวกเนี้ยไม่รู้จักคำว่ามารยาทเลยรึไงกันนะ

หลังจากการมอบถ้วยและไหกันเีรียบร้อย พวกเราก็ต้องมานั่งเก็บกวาดทุกอย่าง จนอาจารย์ผู้หญิง(ไม่แน่ใจว่าใคร รู้แต่ไม่เคยสอนห้องเราแน่ๆ) สงสารต้องบอกว่า ให้เด็กมาจัดการเถอะ ก็นั่นสินะ เด็กมันหายไปไหนไม่คิดจะเก็บกวาดเลยรึไง หลังจากเก็บกวาดแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกัน เหลือแต่เรากับเจ้าหมาบุ้ง อยู่บนรถปอ.157 ระหว่างนั้น เราก็เปิดหนังสือรุ่น ให้เจ้าหมาบุ้งดูมุขแล้วก๊อปรุ่นสมัยเราไปเล่น แต่ปัญหาที่ต่างกันแบบชัดเจนที่สุดคือ ตอนเราอยู่ ม.4 เค้าให้ ม.5 กับ ม.6 ทำกัน แต่พอเป็นรุ่นเจ้าหมาบุ้ง เค้าให้ ม.4 และ ม.5 จัดการ ส่วนม.6 ให้พักกันให้เต็มที่ ก็ ไม่รู้ิสินะ จะยังไงก็ช่าง เด็กที่ไม่อยากขึ้นสแตนด์ก็ยังมีอยู่วันยังค่ำอยู่ดี พอถึงป้ายที่จะลง เราก็ไปส่งเจ้าหมาบุ้งถึงบ้านเลย (ในที่สุดก็รู้แล้วว่า บ้านเจ้าอยู่ตรงไหนแน่ เหอๆ) แล้วก็เดินกลับบ้านอย่างหมดแรง และขาลาก
 
_______________________________________________________________
 
สรุป วันนี้ กลับไปโรงเรียนอีกครั้ง สิ่งที่เราเห็น คือ สิ่งที่เรียกว่า "สไตล์" ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ถ้าไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นกับชีวิต สิ่งที่เรียกว่า "สไตล์" นั้น ก็เป็นสิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมในแต่ละคน นั่นเอง

"ชั้นไม่ยอมให้ใครมาขวาง
เพียงเพราะว่านี่คือสไตล์ของเรา
หากบทเพลงนี้ส่งถึงใจเรา
แปลว่า ชัยชนะนั้นอยู่ในกำมือเราแล้ว
 
ตะโกนสิ หากสายลมแห่งชัยชนะ จะนำพาบทเพลงของเรา
ไขว่คว้าสิ บทเพลงของพวกเรา จักติดตรึงในใจนักรบ
โบยบินสิ ประดับดอกไม้แห่งชัยชนะ ไว้ในจิตใจ
โบยบินสิ ให้โลกใบนี้ สั่นสะเทือนเลือนลั่น"
 
จาก Shouri no uta (Rockman exe Beast OP)

Comment

Comment:

Tweet

Anytime you ask somebody for assistance with academic assignments writing, beware of cheating corporations. Aim to detect the most reputable <a href="http://www.supreme-essay.com/writing-service1.html">writing service</a>. Pay an extra attention to that, because that is very important stuff.

#1 By HorneVIVIAN (31.184.238.73) on 2013-08-26 03:41