Invitation to me.

posted on 24 Jun 2012 15:45 by dopper
ในเมืองนี้ คงมีร้านอาหารมากมายเยอะเต็มไปหมด คงมีซักวันที่จะได้ไปกินกัน

คงไม่ต้องหอบไปถึงขั้วโลกหรอก มันต้องมีที่ไหนซักที่ มุมไหนซอกไหน คงต้องเปิดเน็ตหา

จะพันดริฟท์ FB Twitter หรือที่ exteen เอง ก็มีรีวิวเยอะแยะมากมาย
 
อร่อยมั่ง ไม่อร่อยมั่ง หลายเสียงมากมาย แต่สุดท้ายมันก็อยู่ที่เราเป็นคนตัดสิน
 
คำเชิญถึงตัวชั้น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่โลกเฝ้ารอนัก แต่ก็ดีกว่าไม่มี ไม่ใช่เรอะ
 
มีร้านมากมาย หลายเมนูไว้รอ ถ้าวันหิวๆ หรือเหนื่อยๆ ถ้าได้กินก็คงจะดี (ถ้ามีเงิน)

หรือเอาซอฟท์หน่อยก็ ไอติม ชา ขนม บลาๆ มีให้เลือกเยอะแยะ แต่ถ้าเยอะแบบนี้ อาจต้องไดเอ็ทละ
 
บางที ถ้าเราลองเดินทางไปทั่วๆ คงเจอเยอะกว่านี้ แต่ความสามารถตัวเองมีแค่นี้ ก็คงได้แค่นี้
 
หลายๆคนเช็กไอโฟน ไอแพดดู อ๊าว แบตหมด กำละไง พอเสียทีก็จบเห่

คนเราพึ่งพาเทคโนโลยีที่รวมทุกอย่างไว้มากเกินไป บางทีมันก็ติดตัวเรามากเกินไป
 
พอถึงเวลาแบบนั้นจริงๆ ก็ต้องแมนนวลบ้าง โอเค ได้เวลาเดินทางแล้ว

นี่แหล่ะ แรงจูงใจที่จะหมุนโลกของเรา(ตัวเอง)
 
หลังจากนั้นพอไปบ่อยๆ ก็จะเป็นลูกค้าประจำ สั่งมันเข้าไป ไม่มีอะไรไม่อร่อยหรอก

แต่บางอย่าง ถ้ามันแปลกเกินไป ก็คงต้องบายเมนูนั้นล่ะ
 
_________________________________________________________________________

อ้างอิงจาก Boku ni Invitation เพลงเปิดของ Shirokuma Cafe (คาเฟ่หมีขาว) น่ะเอง บางทีถ้าเราเจอร้านแบบนั้น สบายๆ มีเวลาเมื่อไหร่คงไปสิงอยู่ที่ร้านแหงๆ เอาล่ะ บ่นมาตั้งเยอะ เข้าเรื่องซีเรียสดีกว่า

การที่ต่อหน้าบอกชวนอย่างนึง แล้วยกเลิก ตรงนั้นยังพอว่า แต่หลังจากนั้น ได้เจอได้เห็นอะไรที่มีเหตุผลที่ทำให้น่าคิดว่า อ้าว แล้วที่บอกไว้ก่อนหน้ากับตรูนี่หล่ะ มันหมายความว่าอะไร ก็เข้าใจนะ บางทีคนเราก็มีมุมส่วนตัวของชีวิตบ้าง แต่การบอกอย่างนึงแล้วพฤติกรรมต่อมาอีกอย่างนึงกับที่บอกไว้เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยนะ ยิ่งสมัยนี้ social network ยิ่งทำให้เห็นว่า คุณไปไหนต่อไหนที่ไหนเมื่อไหร่ยังไง ก็เหมือนถูกโซ่อิเล็คทรอนิกส์ล่ามไว้ดีๆ นี่เอง จริงอยู่ อาจจะบอกว่าอะไรก็ได้ แต่จากมุมมองของคนที่เห็นเท่าที่คุณบอกล่ะ ต่อให้มองโลกในแง่ดีแค่ไหนก็ไม่ได้แปลว่า จะคิดมุมร้ายๆ ไม่ได้เหมือนกัน

Comment

Comment:

Tweet